ภาคเหนือครองแชมป์“โรคหูดับ”ตาย12 ราย

192

ภาคเหนือครองแชมป์โรคหูดับตาย12 นครสวรรค์ทุบสถิติรองลงมาอุตรดิตถ์อุทัยธานีและน่าน

รายงานข่าวจากกรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้หูดับในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่  1 .. – 28 เม.. 2562 มีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 93 รายเสียชีวิต12 รายกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคืออายุ 65 ปีขึ้นไปรองลงมาคือ 55-64 ปี และ45-54 ปี ตามลําดับภาคที่พบมากที่สุดคือภาคเหนือ รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางส่วนจังหวัดที่พบมากที่สุดคือนครสวรรค์ รองลงมาคืออุตรดิตถ์ อุทัยธานี และน่านโดยคาดว่าในช่วงนี้จะพบผู้ป่วยโรคไข้หูดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากปัจจัยแวดล้อมและวัฒนธรรมการกินอาหาร จึงขอเตือนให้ประชาชนต้องระมัดระวังโรคไข้หูดับ โดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือโรคไข้หูดับติดต่อผ่านทางบาดแผลรอยถลอก และทางเยื่อบุตาจากการกินเนื้อหมูดิบปรุงไม่สุก หรือเลือดหมูดิบโดยเริ่มมีอาการหลังได้รับเชื้อไม่กี่ชั่วโมงถึง5 วันอาการมีไข้สูงปวดศีรษะรุนแรงเวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้อาเจียนถ่ายเหลวคอเเข็งผู้ป่วย ส่วนใหญ่สูญเสียการได้ยินถึงขั้นหูหนวกถาวรข้ออักเสบเนื้อเยื่อใต้ผิวผนังติดเชื้อรุนแรงถึงติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้กลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรง คือเบาหวานโรคหัวใจความดันโลหิตสูงตับแข็งและโรคมะเร็งเป็นต้น

ดังนั้น หากมีอาการดังกล่าวให้รีบพบแพทย์และบอกประวัติการกินหมูดิบเนื่องจากวินิจฉัยและรักษาเร็วจะช่วยลดอัตราการหูหนวกและการเสียชีวิตได้การป้องกันโรคคือหลีกเลี่ยงการกินเนื้อหมูดิบหรือสุกๆดิบๆให้กินหมูสุกไม่ใส่เลือดดิบราดในอาหารเลือกซื้อเนื้อหมูที่สดไม่มีสีแดงคล้ำ หรือมีเลือดคั่งมากๆผ่านร้านค้าที่มีใบรับรองการนําเนื้อสุกรจากโรงงานฆ่าสัตว์ที่มีมาตรฐานไม่กินเนื้อหมูที่ตายเอง สําหรับผู้เลี้ยงหมูผู้ที่ทํางานในโรงฆ่าสัตว์ผู้ที่ชําและเนื้อหมูสัตวบาลสัตวแพทย์ควรสวมรองเท้าหรือบู๊ทยางสวมถุงมือใส่แว่นกันเลือดกระเด็นเข้าตารวมถึงสวมเสื้อปกปิดมิดชิดระหว่างทํางาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิดและล้างมือหลังสัมผัสกับแมูทุกครั้งสอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรคโทร.1422