“จี้” รัฐบาลเอาจริงปมสารพิษข้ามแดน! เปิดเกม “เปิด 1 ตัด 3” ระงับแร่-เครื่องจักร-สารเคมี เชื่อมโยงเหมืองเมียนมา

วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง จัดเวทีเสวนาสาธารณะหัวข้อ “แม่น้ำสายปนเปื้อนข้ามพรมแดน: ข้อเสนอและทางเลือกในการแก้ไขปัญหา” ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์มลพิษทางน้ำ ผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อภาครัฐ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน นักวิชาการ และผู้แทนทางการเมืองเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

การเสวนาแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ การนำเสนอข้อมูลสถานการณ์แม่น้ำสายปนเปื้อนข้ามพรมแดน การสะท้อนความกังวลและข้อเสนอของประชาชนแม่สายที่ได้รับผลกระทบ และการแลกเปลี่ยนทางเลือกในการแก้ไขปัญหา โดยมีผู้แทนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย สถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย โครงการชลประทานเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ร่วมให้ข้อมูล

นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนชุมชนถ้ำผาจม ชุมชนสายลมจอย และชุมชนเกาะทราย ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานคลอง RMC 1, 2 และ 3 รวมถึงสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย ร่วมสะท้อนปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่

สำหรับช่วงแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบาย มีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นางสาวมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม, นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา, รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้, อ.อริสรา เหล็กคำ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, คุณเพียรพร ดีเทศก์ และ อ.ดร.สืบสกุล กิจนุกร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ที่ประชุมแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำกก และแม่น้ำโขง โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับกิจกรรมเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำข้ามพรมแดน ข้อมูลที่นำเสนอระบุว่า บางจุดตรวจพบสารหนูและตะกั่วสูงกว่าค่ามาตรฐาน ขณะที่การสะสมของสารปนเปื้อนในตะกอนดินอาจส่งผลต่อแหล่งอาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ รวมถึงทำให้ชนิดและจำนวนปลาเปลี่ยนแปลง และอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารในระยะยาว

ด้านผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน มีการนำเสนอข้อมูลการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงกว่า 6,000 ตัวอย่าง ครอบคลุม 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย พบผู้มีค่าสารหนูในปัสสาวะสูงกว่าเกณฑ์ประมาณ 31 ราย ซึ่งจำเป็นต้องติดตามตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่ภาคการเกษตรมีพื้นที่กว่า 65,000 ไร่ ที่เกษตรกรกังวลเกี่ยวกับการใช้น้ำจากแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกเพื่อเพาะปลูก รวมถึงความปลอดภัยของผลผลิตและรายได้จากการเกษตร

ผู้เข้าร่วมเวทีจึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน และผลผลิตทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดหาแหล่งน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม

อีกประเด็นสำคัญคือความล่าช้าของกระบวนการตรวจวิเคราะห์และแจ้งผลคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ที่ประชุมจึงเสนอให้รัฐบาลเร่งพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมา จัดทำระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนผลักดันปัญหามลพิษข้ามพรมแดนเข้าสู่เวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและส่งออกแร่ สารเคมี และเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหมืองแร่ ตลอดจนตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและเส้นทางการขนส่ง เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่ประชุมเสนอแนวทาง “เปิด 1 ตัด 3” โดยให้เปิดเผยข้อมูลการค้าแร่และสารเคมี พร้อมพิจารณามาตรการชั่วคราว 3 ประการ ได้แก่ 1. ระงับการนำเข้าแร่จากเมียนมา 2. ระงับการส่งออกเครื่องจักรและสารเคมีที่ใช้ในการทำเหมืองไปยังเมียนมา และ 3. ระงับการส่งผ่านแร่ไปยังประเทศที่สาม ทั้งนี้ ต้องพิจารณาความเหมาะสมและดำเนินการภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและพันธกรณีระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ภาคประชาชนเสนอให้รัฐบาลจัดตั้ง ศูนย์บัญชาการส่วนหน้าในจังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นกลไกกลางในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำฐานข้อมูลกลางและแผนที่พื้นที่เสี่ยง ติดตามคุณภาพน้ำ ดิน ผลผลิตทางการเกษตร และสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามและแก้ไขปัญหา

ในส่วนของมาตรการเร่งด่วน ยังมีข้อเสนอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาใช้กลไกรัฐสภาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา พิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเร่งสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง ทั้งน้ำบาดาลและระบบส่งน้ำ พร้อมผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำแม่คำ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว

เวทีเสวนาครั้งนี้สะท้อนข้อเสนอจากภาคประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษ การเฝ้าระวังสุขภาพ การคุ้มครองภาคการเกษตร ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยมุ่งให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม