ชุมชนแม่ยาว สะท้อนวิกฤตน้ำกกปนเปื้อนยืดเยื้อกว่า 1 ปี จี้รัฐเร่งแก้ปัญหา พร้อมเสนอพัฒนาระบบประปาภูเขา–บ่อบาดาลรับมือภัยแล้ง


วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีการประชุมสถานการณ์ผู้ใช้น้ำในชุมชนตำบลแม่ยาว โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 28 คน เพื่อหารือสถานการณ์ทรัพยากรน้ำและผลกระทบจากปัญหามลพิษในแม่น้ำกก รวมถึงแนวทางจัดการแหล่งน้ำของชุมชนในระยะยาว
ที่ประชุมเริ่มต้นด้วยการหารือเรื่องการจัดการป่าชุมชน โดยมีการเสนอจัดทำแนวเขตป่าให้ชัดเจน จากเดิมมีป่าชุมชน 12 แปลง และเตรียมขยายเพิ่มอีก 2 แปลง รวมเป็น 14 แปลง เพื่อสร้างความชัดเจนในการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

สำหรับวาระสำคัญคือสถานการณ์การใช้น้ำในชุมชน นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา เปิดเผยว่า ปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกกดำเนินต่อเนื่องมากว่า 1 ปี โดยยังไม่มีการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ขณะที่ชาวบ้านต้องป้องกันตนเองและปรับตัวมาโดยตลอด ปัจจุบันได้รวบรวมข้อมูลกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้งภาคการเกษตร ภาคการท่องเที่ยว และภาคครัวเรือน เพื่อนำข้อเสนอของชุมชนเสนอต่อคณะกรรมการระดับจังหวัด

ตัวแทนจากหมู่บ้านต่าง ๆ ต่างสะท้อนผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยชาวบ้านหมู่ 3 บ้านห้วยทรายขาว ระบุว่า แม้จะมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค แต่ปัญหาแม่น้ำกกยังไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านบางส่วนยังออกหาปลา แต่เริ่มพบผู้มีอาการเจ็บป่วยและเกิดความหวาดวิตก ขณะที่ธุรกิจแพเปียกซึ่งเคยสร้างรายได้เสริมให้ชุมชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาใช้บริการ

ด้านผู้นำหมู่ 12 กล่าวว่า วิถีชีวิตที่เคยพึ่งพาแม่น้ำกก ทั้งการหาปลา เก็บพืชผัก และล่องแพท่องเที่ยวแทบหมดสิ้น ปลาจากแม่น้ำกกไม่สามารถนำมาจำหน่ายได้อีก แม้ว่าหมู่บ้านจะใช้น้ำจากระบบประปาภูเขา แต่พบว่าแม่น้ำกกมีสภาพขุ่นตลอดทั้งปีนับตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปี 2567 แตกต่างจากอดีตที่น้ำจะกลับมาใสในช่วงฤดูแล้ง
ขณะที่หมู่ 14 ซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำกกประมาณ 4 กิโลเมตร ระบุว่า แม้แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคจะยังใช้น้ำจากลำน้ำแม่ยาวและบ่อบาดาล แต่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการซบเซาของการท่องเที่ยว ส่วนหมู่ 19 สะท้อนว่าลำห้วยแม่ซ้ายยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญและมีคุณภาพดี แต่เริ่มประสบปัญหาขยะ การจัดการสิ่งแวดล้อม และการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง
ตัวแทนหมู่ 7 บ้านกลางทุ่ง เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาต้นตอของมลพิษจากเหมืองแร่ พร้อมระบุว่าปัญหาดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง พร้อมเสนอให้มีการจัดเวทีขนาดใหญ่ในระดับประเทศเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ส่วนตัวแทนหมู่ 15 ระบุว่า พื้นที่การเกษตรยังจำเป็นต้องใช้น้ำจากแม่น้ำกก ขณะที่น้ำเพื่อการอุปโภคใช้จากลำห้วย แต่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง รวมทั้งกังวลต่อการปนเปื้อนของสารเคมีจากภาคเกษตร

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแม่ยาว เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้น้ำ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่นิยมลงเล่นน้ำในแม่น้ำกกช่วงปิดภาคเรียน
ที่ประชุมยังได้สะท้อนปัญหาของระบบประปาภูเขา ซึ่งหลายหมู่บ้านไม่มีเครื่องกรองน้ำ ทำให้ในช่วงฤดูฝนน้ำมีความขุ่นจนไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่บางพื้นที่ยังมีปัญหาการเลี้ยงสัตว์บริเวณต้นน้ำ ส่งผลต่อคุณภาพน้ำ รวมถึงปัญหาสารเคมีจากการเกษตรและการทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ

ในช่วงสรุปการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นพ้องให้เร่งจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำระดับตำบล โดยเน้นการกักเก็บแหล่งน้ำสะอาดไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ควบคู่กับการปรับปรุงระบบประปาภูเขา ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ และพัฒนาระบบบ่อบาดาลในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับชุมชน
ทั้งนี้ ชุมชนตำบลแม่ยาวได้สรุปข้อเสนอเชิงโครงสร้างต่อภาครัฐ ประกอบด้วย การสนับสนุนการปรับปรุงระบบประปาภูเขาให้ครอบคลุม 12 ชุมชน และการพัฒนาระบบบ่อบาดาลในพื้นที่อีก 8 หมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนมีแหล่งน้ำสะอาดและปลอดภัยสำหรับการอุปโภคบริโภคและการดำรงชีวิตในระยะยาว

