เชียงราย เพลิงไหม้ร้านเครื่องมือเกษตรริมโขงเชียงแสน เสียหายนับสิบล้าน

เวลา 19.30 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.มงคล สุเตนันท์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เชียงแสน จังหวัดเชียงราย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านไทยเชียงแสน เลขที่ 477 หมู่ 3 ต.เวียง อ.เชียงแสน ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องมือการเกษตรและเครื่องจักรกล จึงรายงาน ให้ พ.ต.อ.อนุพันธ์ กันถารัตน์ ผกก.สภ.เชียงแสน และ พ.ต.ท.กิตติภูมิ กันจินะ รอง ผกก.สส.สภ.เชียงแสน ทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบว่าไฟได้โหมไหม้รุนแรงจึงได้ประสาน น.อ.ภากร มาเนียม ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อขอสนับสนุนรถดับเพลิง พร้อมทั้งประสาน อส.อำเภอเชียงแสน เทศบาลตำบลโยนก เทศบาลตำบลแม่เงิน เทศบาลตำบลบ้านแซว องค์การบริหารส่วนตำบลป่าสัก องค์การบริหารส่วนตำบลศรีดอนมูล หน่วยกู้ชีพเวียงผาเงา และหน่วยกู้ภัยแสงแก้วโพธิญาณ ในอุปถัมภ์ครูบาอริยชาติ เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

โดยที่เกิดเหตุมีเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงจากบริเวณด้านหลังอาคาร ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังพื้นที่เก็บสินค้า อุปกรณ์การเกษตรจำนวนมาก รวมทั้งน้ำมันเครื่อง สายพาน และวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย ส่งผลให้การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเชื้อเพลิงภายในอาคารมีจำนวนมาก เพลิงยังคงโหมไหม้อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงประสานขอรับการสนับสนุนรถฉีดโฟมจากมูลนิธิสยามแม่สาย อ.แม่สาย เพื่อเข้าช่วยควบคุมสถานการณ์

ด้าน นางเกศสุดา สังขกร นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเชียงแสน นายสง่า พรมเมือง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต 7 นายอนุรักษ์ ทองเสรี นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแซว และนางภัครดา ภัทรจิตรากุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีดอนมูล ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่ออำนวยการและให้กำลังใจผู้ประสบเหตุ

ด้าน นายประสาธน์ กิตินา เจ้าของร้านไทยเชียงแสน เปิดเผยด้วยอาการตกใจว่า ขณะนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านได้กลิ่นควันไฟผิดปกติ เมื่อเดินไปตรวจสอบบริเวณด้านหลังร้าน พบเปลวไฟกำลังลุกไหม้กองกล่องกระดาษ ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงรีบร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ร.ต.อ.มงคล สุเตนันท์ กล่าวว่า จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า จุดเริ่มต้นของเพลิงน่าจะเกิดจากบริเวณกองกล่องกระดาษด้านหลังร้าน ก่อนลุกลามไปยังส่วนอื่นของอาคาร แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ เนื่องจากต้องรอให้เพลิงสงบและเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด โดยจะประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงราย เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดว่าสูงนับสิบล้านบาท