รวบทันควันก๊วนโจรกรรม จยย.ส่งขายเมียนมา ตำรวจเตือนจอดรถต้องมีสติ


เวลา 14.00 น.วันที่ 11 มิถุนายน 2569 พันตำรวจเอก เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ได้นำตัว นายอาคอง สงวนนามสกุล อายุ 32 ปี ชาว ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมของกลาง รถจักรรานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กต 1499 เชียงราย มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์” โดยมี น.ส.เบญจวรรณ อายุ 35 ปี ชาว ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ผู้เสียหายมาร่วมให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2569 น.ส.เบญจวรรณ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กต 1499 เชียงราย มาจอดไว้บริเวณหลังศาลารอรถประจำทาง ม.2 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย จากนั้นได้ขึ้นรถโดยสารประจำทางเดินทางไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยลืมกุญแจคาไว้กับรถ ขากลับจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์และเดินมาถึงบริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์ได้หายไป จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน

โดยพันตำรวจเอก เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ได้สั่งการให้ พันตำรวจโทร ศุภกรณ์ชัย เดชายิ้มสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่จัน ติดตามเหตุการณ์ดังกล่าว และได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท ผดุง ท้ายเรือคำ สารวัตรสิบสวน สภ.แม่จัน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบผู้ก่อเหตุ เป็นชายสวมเสื้อสีนำเงินแขนยาว ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ทางเจ้าหนาที่ชุดสืบสวนติดตาม

จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายคือนาย อาคอง จึงได้ติดตามไปที่บ้านป่ากล้วย/ป่าเมี้ยง ม.15 ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จนทราบว่านายอาคอง ไม่ได้กลับมาที่บ้านและได้นำภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดให้กับพ่อและแม่ของนายอาคอง โดยยืนยันว่าบุคคลต้องสงสัยดังกล่าวคือลูกชายของตนจริง จึงได้พยายามโทรติดต่อให้มามอบตัว แต่นายอาคอง ไม่ยอมมอบตัว จึงได้ติดตามจนทราบว่านายอาคอง ได้ซื้อตั๋วรถบัสมุ่งหน้าไป จ.เชียงใหม่ จึงได้ประสานไปยัง สภ.แม่สรวย เพื่อสกัดจับได้ที่ด่านท่าก๊อของ สภ.แม่สรวย โดยนายอาคอง ให้การว่าจะหลบหนีไปกลบดานที่ จ.เชียงใหม่ สักพัก

จากการให้การเบื้องต้น นายอาคอง ให้การว่าหลังจากขโมยเสร็จได้ติดต่อขายรถจักรยานยนต์ ของผู้เสียหายให้กับนายชัย ผ่านนายภาพ เจ้าของอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์พื้นที่ ต.แม่ไร่ ขายแล้วได้เงินสดมาจำนวน 19,000 บาท แบ่งให้นายภาพ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางจำนวน 1,000 บาท และได้นำเงินไปเที่ยวร้านคาราโอเกะชื่อดังย่านแม่จัน หมดเงินไปกว่า 1 หมื่นบาท เหลือเงินติดตัวหลบหนีเพียง 6,000 บาท เท่านั้น

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลติดตามต่อเนื่องกระทั่งควบคุมตัวนายชัย ไว้ได้ โดยได้ให้การว่าได้นำรถจักรยานยนต์ไปขายต่อให้กับชาวเมียนมาพื้นที่ อ.แม่สาย โดยนายชัย ขายไป 40,000 บาท จึงได้ประสานไปยังชุดสืบสวน สภ.แม่สาย เพื่อทำการติดตามรถจักรยานยนต์ โดยนายชัย ได้นำเจ้าหน้าที่ไปพบกับนายอาตู และรถจักรยานยนต์ของกลาง ที่ร้านขายรถแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.แม่สาย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดและนำตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ประกอบด้วย นายอาคอง สงวนนามสกุล อายุ 32 ปี ชาว ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ในข้อกลาวหาลักทรัพย์ นายสุพัฒ สงวนนามสกุล อายุ 49 ปี ชาว ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันรับของโจร”และ “ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน” นายยี สงวนนามสกุล อายุ 51 ปี ชาว ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย และ นายอาตู สงวนนามสกุล อายุ 35 ปี ชาว ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันรับของโจร” โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดส่งให้กับกนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พันตำรวจเอก เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้เสียหายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณจุดจอดรถโดยสารประจำทางหน้าอำเภอแม่จัน เพื่อเดินทางไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ แต่ด้วยความเร่งรีบจึงลืมถอดกุญแจออกจากรถและปล่อยกุญแจคาไว้ เป็นช่องทางให้คนร้ายซึ่งมีพฤติกรรมตระเวนลักรถจักรยานยนต์ที่เสียบกุญแจทิ้งไว้ สามารถขโมยรถคันดังกล่าวไปได้อย่างง่ายดาย

หลังจากได้รถไปแล้ว คนร้ายได้นำรถไปขายผ่านร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานการซื้อขายรถจักรยานยนต์มือสอง โดยมีนายหน้าค้ารถมือสองเข้ามารับซื้อ ทั้งที่ไม่มีการตรวจสอบเอกสารหรือความเป็นเจ้าของรถแต่อย่างใด รถที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 70,000-80,000 บาท ถูกขายต่อในราคาเพียง 19,000 บาท ขณะที่ร้านซ่อมรถได้รับค่านายหน้า 1,000 บาทจากการเป็นผู้ประสานงาน

ส่วนผู้รับซื้อก็ไม่ได้ตรวจสอบที่มาของรถหรือเอกสารหลักฐานการครอบครองจากเจ้าของเดิม เมื่อได้รับรถแล้วจึงรีบนำไปขายต่อในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งเชื่อว่ามีความเสี่ยงที่จะถูกลักลอบส่งออกไปยังต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางรถได้จากภาพกล้องวงจรปิด (CCTV) และข้อมูลเบาะแสจากประชาชน จนนำไปสู่การตรวจยึดรถและจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้
“ฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการจอดรถ โดยควรเลือกจอดในจุดที่ปลอดภัย อยู่ในรัศมีกล้องวงจรปิด ล็อกคอรถและเก็บกุญแจให้เรียบร้อย ไม่ควรประมาทหรือเร่งรีบจนละเลยมาตรการป้องกันตนเอง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรับซื้อรถจักรยานยนต์และผู้ค้ารถมือสองควรตรวจสอบตัวตนผู้ขาย เอกสารการครอบครอง และราคาซื้อขายให้สอดคล้องกับสภาพตลาด หากพบความผิดปกติหรือมีพิรุธควรหลีกเลี่ยงการรับซื้อ เพื่อป้องกันการเข้าไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด” ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จันกล่าว

สำหรับผู้ที่รับซื้อรถโดยไม่ตรวจสอบที่มา อาจเข้าข่ายความผิดฐาน “รับของโจร” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี โดยในคดีนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตลอดทั้งขบวนการ ตั้งแต่นายหน้า ผู้รับซื้อรายแรก ไปจนถึงผู้ที่รับซื้อและนำไปขายต่อในพื้นที่อำเภอแม่สาย เนื่องจากทุกฝ่ายไม่มีการตรวจสอบเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของรถ อีกทั้งผู้รับซื้อปลายทางยังมีพฤติการณ์ถอดป้ายทะเบียนออกจากรถ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการอำพรางที่มาของทรัพย์สินและส่อถึงเจตนาปกปิดการกระทำความผิดอีกด้วย